เลนส์โปรเกรสซีฟ NIKON
เลนส์โปรเกรสซีฟ NIKON ดีไหม? เหมาะสำหรับใคร? ราคาเท่าไหร่?
Nikon เลนส์สายตาชั้นนจากญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ครั้งนี้แอดมินรวมเอาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกรุ่นจาก Nikon มาให้แล้ว พร้อมคุณสมบัติเลนส์แต่ละตัว แล้วแต่ละรุ่นเหมาะกับใคร และราคาเท่าไหร่บ้าง
เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon ถือเป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้งานหลากหลายรูปแบบ และล่าสุด Nikon ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Z SERIES Progressives
New! Z SERIES Progressives : เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เลนส์โปรเกรสซีฟได้ปรับค่าคอนทราสต์ เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดขึ้น ทำให้ภาพคมชัดในที่แสงน้อยและแสงปกติ ให้เห็นรายละเอียดของภาพและข้อความเล็กๆได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon มีความแม่นยำสูงขึ้น ลดข้อจำกัดที่มักพบในเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไป และทำให้การมองเห็นเป็นธรรมชาติและสบายตามากยิ่งขึ้น
ซึ่งเทคโนโลยีที่กล่าวมาเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในเลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon ขึ้นอยู่กับรุ่นที่มี ดังนี้
1. Nikon Presio First: เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นเริ่มต้นของ Nikon ที่ให้มุมมองเป็นธรรมชาติ คมชัดทุกระยะ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก
จุดเด่น:
- เลนส์โปรเกรสซีฟในราคาที่จับต้องได้
- ให้มุมที่เป็นธรรมชาติ ชัดทุกระยะ ปรับตัวได้ง่าย
- มีการคำนวณค่าพารามิเตอร์ เพื่อให้ได้ตำแหน่งการสวมใส่ที่เหมาะสม


2. Nikon Presio Advance Z: เลนส์ที่ปรับสมดุลการมองเห็น ให้สบายตาและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคมชัดในทุกระยะการมอง
จุดเด่น:
- ลดภาพบิดเบือน ทำให้การเปลี่ยนระยะสายตาสมูทขึ้น
- ช่วยให้การมองเห็นคมชัดและสมดุล Horizontal Power Optimisation ที่ปรับสมดุลค่าสายตาในแนวนอน ช่วยลดความบิดเบือนของภาพบริเวณด้านข้างของเลนส์ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้กว้างขึ้นทั้งในระยะใกล้และไกล พร้อมปรับคอนทราสต์ด้วย Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น
- ใช้ในการคำนวณและปรับแต่งโครงสร้างเลนส์อย่างละเอียด โดยนำพารามิเตอร์ต่างๆ ของผู้สวมใส่และกรอบแว่นตามาคำนวณ


3. Nikon Presio Power Z: เลนส์ที่ออกแบบเพื่อความนุ่มนวลและสบายตา ให้การมองภาพที่คมชัดและกว้างขึ้น มากับ Dual Power Progression Design พร้อมปรับตัวที่ง่าย และยังมีฟิลเตอร์กรองเพื่อลดความบิดเบือนของภาพ ทำให้เห็นภาพที่คมชัด
จุดเด่น:
- มี Softening Filter ทำให้การเปลี่ยนโฟกัสจากระยะหนึ่งไปยังอีกระยะหนึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ลดอาการเวียนศีรษะหรือคลื่นไส้ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวศีรษะหรือเปลี่ยนมุมมอง
- ขยายภาพตรงกลาง ให้ได้มุมมองระยะกลางที่มากขึ้น
- ภาพบิดเบือนลดลง ทำให้ได้ภาพที่คมชัด ให้ความสนใจ
- พร้อมปรับคอนทราสต์ด้วย Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น


4. Nikon Presio Master Z: เลนส์ที่ให้มุมมองภาพกว้าง คมชัด และสบายตาในทุกระยะ ด้วยเทคโนโลยี Binocular Tuner ที่ปรับสมดุลโครงสร้างเลนส์ตามค่าสายตาทั้ง 2 ข้าง และ ลดภาพบิดเบือน ช่วยเพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้สบายตาขึ้น ช่วยลดความเครียดในการใช้สายตา ทั้งยังมีการปรับคอนทราสต์ Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น
จุดเด่น:
- สำหรับรุ่นนี้มีการเพิ่ม Binocular Tuner ช่วยปรับสมดุลโครงสร้างของเลนส์ตามค่าสายตาของตาทั้งสองข้าง ให้ค่าสายตาสองข้างบาลานซ์กัน
- เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก
- มากับฟิลเตอร์ลดภาพบิดเบือนให้ภาพที่เห็นชัดเจน และคมชัด
- ลดการบิดเบือนของภาพบริเวณขอบเลนส์ ทำให้การมองเห็นนุ่มนวลขึ้น
- ปรับคอนทราสต์ภาพให้คมชัด


5. Nikon SeeMax Ultimate Z: เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นท็อปของ Nikon ที่มากับมุมมองภาพกว้างขึ้นและคมชัดในทุกระยะ ด้วยเทคโนโลยี NODE Z-Optimization ที่คำนวณโครงสร้างเลนส์ให้เหมาะสมกับค่าสายตาและพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล นอกจากนี้ยังมี Insights Technology ที่ให้ผู้ใช้สามารถร่วมออกแบบเลนส์ตามความต้องการของตนเอง ทั้งยังมีการปรับคอนทราสต์ Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น
จุดเด่น:
- รวมเอาเทคโนโลยีทั้ง 11 อย่างรวมเข้าในนี้ ทำให้ได้เลนส์ที่ตอบโจทย์ทุกค่าสายตา
- เหมาะสำหรับผู้ที่ค่าสายตาที่ซับซ้อนและต่างกันมากของค่าสายตาทั้งสองข้าง
- มีการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใส่มาคำนวณ ให้ได้เลนส์เฉพาะบุคคล
- เป็นรุ่นที่มีค่าบิดเบือนด้านข้างน้อยที่สุด
- มีการปรับคอนทราสต์ ให้ภาพที่คมชัด เลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ โดยเน้นความคมชัด สบายตา และการปรับตัวที่ง่ายดาย


ส่วน Option ที่สามารถเพิ่มได้ในเลนส์โปรเกรสซีฟ
1. Digital Lover: สำหรับผู้ที่ต้องใช้สายตาหน้าจอดิจิตอลสำหรับสำหรับทำงานและต้องการความผ่อนคลาย ทั้งยังป้องกันแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 รุ่นด้วยกัน
- Pure Blue UV: ป้องกันแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายจากหน้าจอดิจิตอล โดยตัดแสงสีน้ำเงินอันตรายออกประมาณ 40% เลนส์ใส คมชัด ให้โทนภาพไปทาง Cool Image สีเหลืองเพี้ยนน้อยที่สุด ทำให้การมองผ่านเลนส์เป็นไปอย่างธรรมชาติ สามารถใช้คู่กับคุณสมบัติ Transition (เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติเมื่อออกแดด) ได้
- See Coat Next Blue: เป็นการรวมกันของ Coating See Coat Next ที่มีความแข็งแรง สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ลดรอยนิ้วมือ ทำความสะอาดง่าย พร้อมสารเคลือบป้องกันรอยขีดข่วน กับการป้องกันแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายเข้าไป ช่วยป้องกันแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตราย พร้อมป้องกัน UV ได้ดีที่สุด
- New! See Coat Next Reveal: เป็น Coating See Coat Next ตัวล่าสุดที่เพิ่ม Contrast Boost Technology เพื่อให้การปรับคอนทราสต์ได้ดีขึ้น ให้เห็นภาพที่ชัดเจนในที่แสงน้อย พร้อมเทคโนโลยีกรองแสงโดยฝังโมเลกุลในเนื้อเลนส์ เพื่อกรองรังสี UV และแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายทั้งภายในและภายนอกอาคาร

2. Night Navigator:
- See Coat Drive: เป็นเลนส์สำหรับผู้ที่มีปัญหาขณะขับรถเวลากลางคืนบ่อยๆ ซึ่งช่วยตัดแสงฟุ้งในเวลากลางคืนให้สบายตามากขึ้น
3. Life Balance: เลนส์เปลี่ยนสี
- New! Transitions Gen S : เป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Essilor ซึ่งเป็นรุ่นเลนส์เปลี่ยนสีที่มีสีให้เลือกมากถึง 7 สีด้วย โดยแบ่งเป็นสี Signature 3 สี ได้แก่ Grey, Brown, Graphite Green และสี Fashion 5 สี ได้แก่ Amber, Sapphire, Emerald, Amethyst, Ruby (สีแดงทัมทิม สีล่าสุด)

- Transitions XTRActive : เลนส์เปลี่ยนสีเข้มพิเศษ และยังสามารถเปลี่ยนสีได้แม้อยู่ในรถ มีให้เลือกทั้งหมด 3 ปี ได้แก่ Grey, Brown, Graphite Green
- Transitions XTRActive Polarized: เลนส์เปลี่ยนสีเข้มที่สุด ทั้งยังเป็นเลนส์ที่ป้องกันแสงสะท้อนได้ด้วย มีแค่สี Grey เท่านั้น
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใส่เลนส์โปรเกรสซีฟมาก่อนก็สามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนได้หรือจะทำการนัดวัดสายตาก็ติดต่อมาทางช่องทางติดต่อได้เลยค่ะ
ร้านของเราตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร พร้อมรับประกันค่าสายตา 60 วัน
รับประกันกรอบสายตา 1-2 ปี และเลนส์สายตา (Coating) 1 ปีเต็ม
พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 30%
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line : @sunglass365
FB: Moshi optic by sunglass365, Sunglass365
IG: moshi.optic
TikTok: moshi.optic
📣Moshi Optic by sunglass365
📞Tel สาขาพระราม 1 : 097-195-0624
📞Tel สาขาแจ้งวัฒนะ : 095-325-5444
📞Tel สาขารามคำแหง : 083-073-9808
Nikon เลนส์สายตาชั้นนจากญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ครั้งนี้แอดมินรวมเอาเลนส์โปรเกรสซีฟทุกรุ่นจาก Nikon มาให้แล้ว พร้อมคุณสมบัติเลนส์แต่ละตัว แล้วแต่ละรุ่นเหมาะกับใคร และราคาเท่าไหร่บ้าง
เลนส์โปรเกรสซีฟ Nikon ถือเป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้งานหลากหลายรูปแบบ และล่าสุด Nikon ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Z SERIES Progressives
New! Z SERIES Progressives : เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เลนส์โปรเกรสซีฟได้ปรับค่าคอนทราสต์ เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดขึ้น ทำให้ภาพคมชัดในที่แสงน้อยและแสงปกติ ให้เห็นรายละเอียดของภาพและข้อความเล็กๆได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon มีความแม่นยำสูงขึ้น ลดข้อจำกัดที่มักพบในเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไป และทำให้การมองเห็นเป็นธรรมชาติและสบายตามากยิ่งขึ้น


ซึ่งเทคโนโลยีที่กล่าวมาเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในเลนส์โปรเกรสซีฟของ Nikon ขึ้นอยู่กับรุ่นที่มี ดังนี้


1. Nikon Presio First: เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นเริ่มต้นของ Nikon ที่ให้มุมมองเป็นธรรมชาติ คมชัดทุกระยะ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานเลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก
จุดเด่น:


2. Nikon Presio Advance Z: เลนส์ที่ปรับสมดุลการมองเห็น ให้สบายตาและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคมชัดในทุกระยะการมอง
จุดเด่น:


3. Nikon Presio Power Z: เลนส์ที่ออกแบบเพื่อความนุ่มนวลและสบายตา ให้การมองภาพที่คมชัดและกว้างขึ้น มากับ Dual Power Progression Design พร้อมปรับตัวที่ง่าย และยังมีฟิลเตอร์กรองเพื่อลดความบิดเบือนของภาพ ทำให้เห็นภาพที่คมชัด
จุดเด่น:


4. Nikon Presio Master Z: เลนส์ที่ให้มุมมองภาพกว้าง คมชัด และสบายตาในทุกระยะ ด้วยเทคโนโลยี Binocular Tuner ที่ปรับสมดุลโครงสร้างเลนส์ตามค่าสายตาทั้ง 2 ข้าง และ ลดภาพบิดเบือน ช่วยเพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้สบายตาขึ้น ช่วยลดความเครียดในการใช้สายตา ทั้งยังมีการปรับคอนทราสต์ Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น
จุดเด่น:


5. Nikon SeeMax Ultimate Z: เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นท็อปของ Nikon ที่มากับมุมมองภาพกว้างขึ้นและคมชัดในทุกระยะ ด้วยเทคโนโลยี NODE Z-Optimization ที่คำนวณโครงสร้างเลนส์ให้เหมาะสมกับค่าสายตาและพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล นอกจากนี้ยังมี Insights Technology ที่ให้ผู้ใช้สามารถร่วมออกแบบเลนส์ตามความต้องการของตนเอง ทั้งยังมีการปรับคอนทราสต์ Z-Contrast Technology ให้ภาพชัดเจนและคมชัดมากขึ้น
จุดเด่น:


ส่วน Option ที่สามารถเพิ่มได้ในเลนส์โปรเกรสซีฟ
1. Digital Lover: สำหรับผู้ที่ต้องใช้สายตาหน้าจอดิจิตอลสำหรับสำหรับทำงานและต้องการความผ่อนคลาย ทั้งยังป้องกันแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 รุ่นด้วยกัน

2. Night Navigator:

รับประกันกรอบสายตา 1-2 ปี และเลนส์สายตา (Coating) 1 ปีเต็ม
พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 30%
TikTok: moshi.optic
